หงส์ ฝังซ้ำรอยเดิม หลังบุกมาชนะเรือใบสีฟ้าคาบ้าน

จากผลการแข่งขันฟุตบอลศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย (นัดสอง)ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างทีมดังทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้  หรือที่รู้จักกันในฉายา เรือใบสีฟ้า  พบกับทีมดังอีกทีมอย่างลิเวอร์พูล เจ้าของฉายา หงส์แดง ซึ่งผลของดกมครั้งนี้เป็นฝั่งทางเรือใบสีฟ้าที่เปิดบ้านพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 2 รวมผลสองนัด “หงส์แดง” เป็นฝ่ายตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ รองชนะเลิศ ไปด้วยสกอร์รวม 5-1

ในการแข่งขันฟุตบอลอย่างดุเดือด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย (นัดสอง) ประจำค่ำคืน วันอังคารที่ 10 เมษายน 2561 เป็นการพบกันระหว่างทีมดัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้  นำโดยกุนซือ เป็ป ที่มีคิวเปิดรังเหย้า เอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อต้อนรับการมาเยือนของทีมคู่ปรับร่วมลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ทีมเจ้าของฉายาหงส์แดง  โดยเกมนัดแรกเป็นฝั่งของ “หงส์แดง” เป็นที่ฝ่ายคว้าชัยมาได้ก่อนที่สกอร์ที่นำห่างขาดรอยมากถึง 3-0   ก่อนที่ในการแข่งขันนัดนี้ หงส์แดง  ลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ก็ยังคงเป็นฝ่ายยัดเยียดความปราชัยให้กับ “เรือใบสีฟ้า” ไปที่สกอร์ 2-1 ทั้งนี้ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายตีตั๋วลอยลำผ่านเข้าสู่รอบ รองชนะเลิศ ไปด้วยสกอร์รวม 5-1

โดยเกมนี้ เปิดฉากมาได้เพียงแค่ 2 นาที “เรือใบสีฟ้า” ก็มาพังประตูขึ้นนำซึ่งถือว่าเป็นการทำประตูได้อย่างรวดเร็วมาก ปลุกความหวังของแฟนบอลทั้งสนามจากลูกยิงของ กาเบรียล เชซุส แต่เกมกับไม่เป็นอย่างที่คาดฝัน เพราะหลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ก็ลงไปเน้นตั้งรับกันค่อนข้างลึก ทำให้เกมรุก แมนฯ ซิตี้ หาจังหวะเข้าทำกันค่อนข้างลำบาก แต่ก็มีอยู่หลายครั้งเช่นกันที่ เจ้าบ้าน เกือบจะส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายเป็นครั้งที่สอง โดยเฉพาะลูกยิงของ เลรอย ซาเน่ ที่เข้าประตูไปแล้ว แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า   จนกระทั่งมาถึงช่วงครึ่งหลัง ในจังหวะการสวนกลับของ “หงส์แดง” ก็มาสำฤทธิ์ผล  ทั้งนี้จุดเริ่มต้นมาจาก ซาดิโอ มาเน่ ที่ลากบอลเข้าไปล้มลงในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะมาฉกบอลยิงข้ามตัวบล็อคเข้าไปอย่างเหนือชั้นหลังจากนั้น โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก็มาอาศัยความผิดพลาดส่วนตัวของ นิโคลัส โอตาเมนดี้ที่จ่ายบอลพลาด  ก่อนจะโดนตัดไปยิงผ่านเซฟของ เอแดร์สัน เข้าไปแบบง่ายดาย  ซึ่งการยิงประตู 2 ลูกนี้ ช่วยให้จบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกมาย้ำแค้น แมนฯ ซิตี้ ถึงสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ไปด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 1

ตัดเกรดทีมโชว์ฟอร์มเยี่ยม ศึกพรีเมียร์ลีกวีก 33 แข้งผีมาที่ 1

จากการแข่งขันฟุตบอลแห่งเมืองผู้ดี ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม็ตช์เดย์ที่ 33 ได้แข่งขันเสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหลายๆคนคงได้มองนักตะในดวงใจของตนเองไว้หลายคนบ้าง ว่าคนไหนมีผลงานการเล่นเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้ทางด้าน ทีมงาน Siamsport ได้เลือก 11 นักเตะผลงานเจ๋งมาให้ได้ติดตามกัน ซึ่งมีดังนี้

จอร์แดน พิคฟอร์ด จากทีม เอฟเวอร์ตัน

พิคฟอร์ด โชว์เซฟ ได้ถึงสองครั้งในช่วงครึ่งแรกของเกมเมอร์ซี่ย์ ไซด์ ดาร์บี้ ยิ่งในเกมนี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่สิงโตคำรามเข้ามาชมเกมในสนาม อาจทำให้ตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษคงหนีไม่พ้นเขาเป็นแน่

เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จากทีมเชลซี เจ้าของฉายา สิงโตน้ำเงินคราม

นี่คือประตูที่ 5 ที่เจ้าตัวทำได้ในพรีเมียร์ ลีก นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งที่เกาะอังกฤษ ซึ่ง 5 ประตูนั้น ทีมที่เขายิงได้ คือ วัตฟอร์ด 2 ประตู, เวสต์บรอม 2 ประตู และ เวสต์แฮม เป็นทีมล่าสุดที่โดนยิง

คริส สมอลลิ่ง  จากทีมปีศาจแดง

แม้จะเสียท่าแว็งซองต์ ก็องปานี จนทำทีมเสียประตู แต่เขาแก้ตัวด้วยกันขึ้นมายิงประตูชัยให้ปีศาจแดง พลิกกลับมาชนะแมนฯซิตี้ ได้เหลือเชื่อ  และเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก

เดยัน ลอฟเรน จากทีมหงส์แดง

ลอฟเรน เขาสามารถทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม คอยเข้าสกัดจังหวะสำคัญได้เสมอ

เซดริก โซอาเรส จากทีมเซาธ์แฮมตัน

แม้ทีมจะบุกไปแพ้ต่อไอ้ปืนใหญ่ แต่แบ็กขวาโปรตุกีสรายนี้คือคนที่เล่นได้โดดเด่นที่สุดของทีมนักบุญ โดยเฉพาะการเติมเกมขึ้นมาเล่นงานแนวรับปืนใหญ่ และยังทำได้สองแอสซิสต์ อีกด้วย

ลูก้า มิลิโวเยวิช จากทีมคริสตัล พาเลซ

12 เกมหลังสุด เขาทำได้ถึง 7 ประตู และในเกมนี้เป็นผู้เล่นที่ผ่านบอลมากที่สุดอีกด้วย

คริสเตียน เอริคเซ่น จากทีมสเปอร์ส

เอริคเซ่น มักทำผลงานได้ดียามเจอกับสโต๊คเสมอ สองประตูที่ทำได้ในเกมนี้ทำให้เขามีสถิติมีส่วนร่วมกับประตูที่ไก่เดือยทองทำได้ใส่ช่างปั้นหม้อไปแล้ว 10 ประตูจาก 6 นัดที่เจอกัน ( 3 ประตู 7 แอสซิสต์)

ปอล ป็อกบา จากทีมปีศาจแดง

ป็อกบา คือผู้ปลุกความหวังการคัมแบ็กของแมนยูอย่างแท้จริง สองประตูในเกมนี้ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกในรอบ 6 ปี ที่สามารถบุกไปยิงทีมจ่าฝูงได้สองลูก ต่อจาก นิกิชา เยลาวิช ที่บุกไปยิงแมนฯยูไนเต็ดได้สองประตู เมื่อ เมษายน 2012

แดนนี่ เวลเบ็ค จากทีมอาร์เซน่อล เจ้าของฉายา ไอ้ปืนใหญ่

อดีตดาวรุ่งปีศาจแดง มีส่วนร่วมกับทั้งสามประตูที่อาร์เซน่อลยิงเซาธ์แฮมตันได้ และเป็นผู้ทำประตูชัยพาทีมคว้าสามแต้มได้สำเร็จ

อเล็กซิส ซานเชซ จากทีมปีศาจแดง

สองแอสซิสต์ที่เปิดให้กับป็อกบา และ สมอลลิ่ง มาจากวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมของเขา ทำให้ทีมชนะเรือใบสีฟ้าอย่างเหลือเชื่อ 3-2

วิลฟรีด ซาฮา จากทีมคริสตัล พาเลซ

คุณจะตื่นตาตื่นใจทุกครั้งเมื่อได้เห็นซาฮา ได้ครอบครองบอล และในเกมนี้เขามีโอกาสทำประตู 5 ครั้ง และตรงกรอบ 3 ครั้งซึ่งมากที่สุดของแข้งพาเลซ สุดท้ายเขาก็มีหนึ่งประตูมาฝากแฟนๆ

 

ตัดเกรดแข้งเรือใบสีฟ้า หลังพ่ายคาบ้าน 2 เกมติด

จากผลงานในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  ในหลายๆนัดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า  ทางด้านทีมใหญ่แมนเชสเตอร์ ซิตี้  ทีมเจ้าของฉายา เรือใบสีฟ้า  ซึ่งคุมทีมโดยกุนซือใหญ่ อย่าง เป็ป กวาร์ดีโอลา ซึ่งทีมนี้ทำผลงานหลายๆนัดอกมาได้ไม่ดีนะ จนพลาดลุ้นแชมป์ ซึ่งการพ่ายแพ้ต่อกันหลายๆนัดแน่นอนว่าเกิดผลเสียทั้งตัวนักเตะเอง ชื่อเสียงของทีม หรือแม้แต่แฟนบอล เพราะเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเศร้าสำหรับแฟน ๆ แมนเชสเตอร์ ซิตี้  และเขาก็ได้ตอกย้ำความเศร้าให้แก่แฟนๆอีกเมื่อศึกล่าสุดที่ต้องเจอกับหงส์แดง หลังจากที่พวกเขาออกนำไปก่อน 1-0 และครองเกมบุกได้คลอดครึ่งแรก แต่ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวทำให้พวกเขาต้องพลิกเป็นฝ่ายแพ้ไปในที่สุดในเกมนี้ 1-2   และวันนี้เราจะพามาตัดเกรดแข้งของแมนฯ ซิตี้พร้อมกัน

แฟร์นันดินโญ (7/10) : ครองเกมแดนกลางได้ดีเยี่ยม  ครึ่งแรก ทำแอสซิสต์สวย ๆ ได้ 1 ครั้ง แต่เสียดายที่เขาช่วยทีมเอาไว้ไม่ได้

ดาบิด ซิลบา (7/10) : ครึ่งแรกหุบมาเล่นตรงกลางคู่กับ แฟร์นันดินโญ และช่วยกันครองเกมครึ่งแรกได้ดี ก่อนที่จะถูกถ่างออกไปเล่นเป็นปีกเมื่อ กุนโดกัน ลงสนาม ครึ่งหลังตามเกม ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยทัน

ราฮีม สเตอร์ลิง (7/10) : เกมนี้เขาแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการเล่นฟุตบอล แต่เขายังคงใช้โอกาสเปลืองอยู่ดี   แต่ในเกมนี้ เขามีส่วนเต็ม ๆ ในการช่วยให้ทีมได้ลูกขึ้นนำเร็ว ​

กาเบรียล เชซุส (7/10) : ทำได้ดีทีเดียวในจังหวะยิงประตูขึ้นนำให้ทีม แต่ก็ช่วยก่อกวนแนวรับ ลิเวอร์พูล ได้แค่ในครึ่งแรกเท่านั้น

ไคล์ วอล์กเกอร์ (6/10) : ไม่ค่อยเจอปัญหาในการประกบ มาเน ในครึ่งแรก สามารถช่วยเพื่อนเติมเกมบุกได้ด้วย แต่ครึ่งหลังเสียเวลาไปพะวงเกมรับเป็นส่วนใหญ่

แบร์นาโด้ ซิลวา (6/10) : สร้างสรรค์เกมรุกได้น่าดูในครึ่งแรก ยิงชนเสาไป 1 ครั้ง ในครึ่งหลังไม่มีบทบาทกับเกมจนโดนเปลี่ยนตัวออกไป

เควิน เดอ บรอยน์ (6/10) : จ่ายบอลไม่เข้าเป้า ครึ่งหลังมีบาทบาทน้อย และไม่สามารถช่วยอะไรทีมได้เลย​

เลรอย ซาเน (6/10) : ปล่อยโอกาสทองไปหลายครั้ง เกือบทำประตูได้แต่ถูกจับล้ำหน้าเสียก่อน

เอแดร์ซอน (5/10) : โดนใบเหลืองจากจังหวะตบะแตกใส่ มาเน แบบไม่จำเป็น

นิโคลาส โอตาเมนดี้ (5/10) : เสียบอลง่าย ๆ ให้ ฟีร์มิโน เอาไปยิงประตูหน้าตาเฉย ยังคงมีปัญหาในการครองสติเกมใหญ่ต่อไป หลังแพ้ผีแดงคาบ้าน

เอเมอริค ลาปอร์ต (5/10) : เจอปัญหากับ ซาลาห์ และ มาเน แบบสุด ๆ ในครึ่งหลัง ยังต้องปรับตัวกับสไตล์บอลอังกฤษอีกเยอะ

 

 

 

ตอร์เรส คอนเฟิร์ม โบกมือลาทีมตราหมี

หากกล่าวถึงกองหน้าตัวเก่งที่หลยๆคนทั่วโลกต่างรู้จัก ซึ่งผลงานของเขาเป็นที่ประจักษ์อย่างมากในหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งจเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก หัวหอกตัวเก่งอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส

หากกล่าวถึงประวัติของ ตอร์เรส  เขาเกิดที่เมืองฟูเอนลาบราดา เมืองชนบทขนาดย่อมทางใต้ของกรุงมาดริด เดิมตอร์เรสเป็นเด็กฝึกหัดของอัตเลตีโกมาดริดในประเทศสเปน และก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ รวมถึงการที่ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันของทีม โดยในขณะนั้นตอร์เรสมีอายุเพียง 19 ปี ตอร์เรสได้รับฉายาจากสื่อในสเปนว่า “เอลนีโญ” เพราะหน้าตาของตอร์เรสดูอ่อนวัยกว่าอายุเป็นอย่างยิ่ง เฟร์นานโด ตอร์เรส  เขาเป็นนักฟุตบอลชาวสเปนเล่นให้กับเชลซี แต่ปัจจุบันได้ถูกยืมตัวไปที่เอซีมิลาน ในอิตาลีและถูกยืมตัวต่อให้อัตเลตีโกมาดริด ในสเปน ซึ่งเป็นต้นสังกัดเดิมด้วยสัญญา 1 ปีครึ่ง

ตอร์เรสเป็นศูนย์หน้าที่มีพรสวรรค์ในการเล่นเป็นอย่างมาก ผลงานของเขาเป็นที่น่าจับตามองมาก ซึ่งเขาสามารถยิงประตู 75 ประตูใน 5 ฤดูกาล ในลีกสูงสุดของสเปน โดยมีเพียง ซามูเอล เอโต และ ดาบิด บียา ที่ยิงได้มากกว่าในระยะเวลาเดียวกัน

ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ทางด้าน ตอร์เรส หัวหอกตัวเก่ง ก็ได้ออกมาประกาศแผนการเตรียมโบกมือลาทีมตราหมี แอต. มาดริด ตอนหมดสัญญาสิ้นฤดูกาลนี้ และยังหวังย้ายไปเล่นฟุตบอลที่สโมสรอื่นๆ ในช่วงบั้นปลายชีวิตพ่อค้าแข้ง

โดยตอร์ เรส ดาวยิงวัย 34 ได้เป็นตัวจริงใน ลา ลีกา ให้ แอต. มาดริด เพียงแค่ 3 นัดในซีซั่นนี้ และเป็นสำรอง 17 เกม ยิงไป 2 ประตู ได้เปิดเผยว่า “ผมขอใช้โอกาสนี้แจ้งว่า นี่จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของผมกับสโมสร มันไม่ง่ายเลย แต่หากมองความเป็นจริง นี่น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้ว ผมยอมรับ ผมไม่ค่อยมีบทบาท ดังนั้น บางทีมันคงถึงเวลาที่จะเปิดทางให้คนอื่น”

ด้วยพรสวรรค์ของเขา ไม่ว่าจะเป็นในสนามที่เขาสามารถที่จะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม หรือนอกสนามที่เขาสามารถทลายกำแพงใจของคนอื่นได้ เนื่องจากเหตุนี้ตอร์เรส ถือเป็นขวัญใจแฟนบอลทีมตราหมี และลูกหม้อสโมสร ซึ่งนี่คือช่วงเวลาที่ 2 ของเขากับ แอต. มาดริด หลังเคยย้ายไป ลิเวอร์พูล ในปี 2007 ก่อนโยกไป เชลซี และ เอซี มิลาน แล้วคืนถิ่นในปี 2015

“มันยากที่จะกล่าวอำลาเป็นครั้งที่สอง เพราะจริงๆ ผมต้องการจบชีวิตนักเตะที่นี่ แต่อะไรๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คุณคาดหวังทุกอย่าง ผมยังรู้สึกแกร่งทั้งร่างกาย และจิตใจ ผมยังพร้อมไปที่สโมสรอื่นเพื่อเล่นฟุตบอล”

แดงเดือด

ลิเวอร์พูล – แมนฯยูไนเต็ด

ทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมาพวกเขาก็เริ่มสร้างสถานะของตัวเองขึ้นมา ทั้งสองทีมเริ่มคว้าแชมป์และแฟนบอลก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้แมนฯยูไนเต็ดจะเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1968 แต่ลิเวอร์พูลก็ยกระดับตัวเองแซงหน้า       “ปีศาจแดง” ที่ร้างแชมป์ไปกว่า 25 ปี แต่น่าบังเอิญที่ทางฝั่ง “หงส์แดง” มักจะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อ “เร้ด เดวิลส์” อยู่บ่อยๆแม้ว่าจะถ้วยแชมป์จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆก็ตามและศึกแดงเดือดก็ยังคงเป็นเกมที่เฝ้ารอของแฟนบอลในแต่ละฤดูกาลจนถึงปัจจุบันนี้แม้ว่าบรรยากาศจะไม่เข้มข้นเท่าตอนมีอัฒจันทร์แบบยืนในช่วงทศวรรษที่ 70 และ 80 ก็ตาม

เมื่อเทียบกับความขี้เหล่ของผลงานในยุค 1980 ของยูไนเต็ดแล้วทำให้บางคนถึงกับชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงจากดิวิชั่น 1

มาเป็นพรีเมียร์ลีกถือเป็นการสร้างความแตกต่างไปอีกระดับหนึ่ง

เมื่อยูไนเต็ดได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนต้องขยายสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดและมีมูลค่าลิขสิทธิ์ทีวีเพิ่มมากขึ้น พวกเขาได้รับประโยชน์ไปเต็มๆพร้อมกับนำเงินที่ได้ไปซื้อนักเตะเพื่อความสำเร็จที่มากกว่าเดิม

ขณะที่ลิเวอร์พูลอาจมีข้อจำกัดมากกว่าทีมเพื่อนบ้านและเติบโตในเชิงพาณิชย์น้อยกว่าแต่ก็ยังคงเป็นทีมที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

โดยเกมแดงเดือดที่เตะกันในช่วงเที่ยงวันของเวลาท้องถิ่นไม่เพียงแต่จะลดปริมาณแอลกอฮอล์ของแฟนบอล

เท่านั้น หากแต่ยังช่วยให้แฟนบอล 75 ล้านคนของยูไนเต็ด และ “เดอะ ค็อป” ซึ่งมีกลุ่มแฟนคลับกว่า 200

กลุ่มใน 50 ประเทศทั่วโลกได้ชมเกมกันอย่างทั่วถึงตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เกมแดงเดือดนั้นเป็นที่ฮิตกันไปทั่วโลกมากกว่า เอลกลาซิโก้เสียอีกเพราะมักเป็นเกมตัดสินแชมป์หรือไม่ก็มีเซอร์ไพรส์เกิดขึ้น

อย่างชัยชนะของยูไนเต็ดในเกมนัดชิงเอฟเอ คัพ ปี 1977 ก็เป็นตัวขวางไม่ให้ลิเวอร์พูลคว้าเทรเบิลแชมป์ แต่

รอนนี่ วีแลน ของลิเวอร์พูลก็มาล้างแค้นได้ในเกมลีก คัพ ปี 1983 ในปี 1994ลิเวอร์พูลถล่มแชมป์เก่ายูไนเต็ด 3-0 แต่ 5 ปีหลังจากนั้นยูไนเต็ดก็ยิงแซง 2 ลูกใน 2 นาทีก่อนจะเดินหน้าคว้าเทรเบิลแชมป์ในบั้นปลาย

สองสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษยอมรับความเป็นคู่ปรับกันโดยดุษฎีและไม่มีการย้ายทีมข้ามฟากกันมา

50 ปีแล้ว ความเป็นอริของทั้งสอง มีความเหมือนกันทั้งไม่ว่าจะเป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ, ผู้จัดการทีมชาวสก็อตผู้ยิ่งใหญ่ และได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นแรงงานซึ่งนี่เป็นความเหมือนที่พวกเขาไม่อยากจะยอมรับ

เช็คฟิตของทัพ “ชบาแก้ว”หายห่วงไร้เจ็บ โค้ชหนึ่งมั่นพร้อมซดแข้งกับจีน

ทัพ ชบาแก้วเช็กสภาพทีมพร้อมสมบูรณ์ไม่มีขุมกำลังคนไหนบาดเจ็บ โค้ชหนึ่งหนึ่งฤทัย สระทองเวียน กุนซือใหญ่ลั่นพร้อมประเดิมลงซดแข้งกับจีน แม้เป็นรอง แต่ตั้งเป้าแบ่งแต้มให้ได้ ด้าน พิสมัย สอนไสย์ ดาวเตะจอมเก๋าของทีมลั่นขอทำผลงานไปเล่นฟุตบอลโลกให้ได้ หลังจากที่คราวที่แล้วมีอาการบาดเจ็บจนชวดร่วมทีมไปชิงแชมป์โลกที่แคนาดา

ความเคลื่อนไหวทีมแข้งสาวไทยในการเตรียมสู้ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย  2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศจอร์แดน เพื่อลุ้นตั๋วไปชิงแชมป์โลกในปีหน้าที่ประเทศฝรั่งเศส  ล่าสุดที่สนามหญ้าเทียมอัลจูเบฮา ยังคงปักหลักฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

โดย ”โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน เฮดโค้ช ได้เน้นการฝึกซ้อมไปที่แท็กติกเกมรุกและรับเหมือนเช่นเคย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามพบจีน ในเกมแรก ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

หลังการซ้อม ”โค้ชหนึ่ง” ก็เผยถึงสภาพทีมล่าสุดว่า หลังจากที่เดินทางมาจอร์แดน หลายวันก่อน ทำให้เรามีเวลาปรับตัวได้พอสมควร ทั้งเรื่องสภาพอากาศ และอาหารการกิน รวมทั้งสภาพร่างกายก็สมบูรณ์ทุกคนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เว็บแทงบอลออนไลน์

”ส่วนการเจอกับจีนนัดแรก ส่วนตัวคิดว่าสำคัญเช่นกัน เราตั้งเป้าที่จะสู้กับเขาให้ดีที่สุด อย่างน้อยเสมอได้ก็ประสบความสำเร็จแล้ว เพราะจีนถือเป็นทีมระดับโลก เรายังห่างจากเขาพอสมควร แต่ยังไงก็เตรียมแท็กติกเต็มที่สำหรับนัดนี้ และมั่นใจว่าจะสู้ได้สนุกแน่นอน”

ส่วน พิสมัย สอนไสย์ ดาวเตะ ”ชบาแก้ว” ได้กล่าวว่า ”การฝึกซ้อมตอนนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น เพราะกำลังจะเข้าสู่การแข่งขันทัวร์นาเมนต์จริงแล้ว ตอนนี้พร้อมมากอยากแข่งเร็วๆ เพราะทุกคนอยากไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้ง”

”เป้าหมายครั้งนี้มีทางเดียว ต้องไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้ เราตั้งใจมาก คืออยากไปตั้งแต่รอบที่แล้ว แต่ได้รับบาดเจ็บเสียก่อน ชีวิตนักฟุตบอลการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นที่สุดของชีวิตแล้ว เราอยากไปสักครั้งหนึ่ง”

”ตอนนี้พร้อมลงสนามในทุกตำแหน่งที่โค้ชต้องการ เราพยายามทำตามแท็กติกของโค้ช โค้ชสั่งให้เราทำอะไรเราพร้อมทำตามอย่างเต็มที่อยู่แล้วค่ะ”

”เราเจอจีนมาบ่อยมาก รู้ทางเขาว่าเล่นอะไรอย่างไร ต้นปีเราก็ไปเล่นกับเขามา ทำให้รู้ว่าจะรับมืออย่างไร ทำให้เรามีข้อมูลของจีนพอสมควร”

สำหรับทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย จะประเดิมสนามในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2018 พบกับทีมชาติจีน ในวันที่ 6 เมษายน 2561 ที่สนามกีฬาแห่งชาติกรุงอัมมาน  เวลา 20.45 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางบักกาบูทีวี และจะมีการถ่ายทอดเทปบันทึกภาพการแข่งขันทางช่อง 7 สี เวลา 01.15 น.

 

มาดามแป้งพร้อมบินเชียร์ลูกทีมทุกนัด

ด้าน ”มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีม ซึ่งเตรียมเดินทางมาให้กำลังใจลูกทีมตลอดการแข่งขันสำคัญครั้งนี้ เผยลูกทีมปรับตัวได้จากการเดินทางมาล่วงหน้า ทำให้ทุกคนพร้อมมาก โดยหวังแบ็กขวาคนสำคัญ วารุณี เพ็ชรวิเศษ  หายช่วยทีมในนัดแรก

”เข้าสู่วันที่ห้าในการซ้อมที่จอร์แดน การที่ไทยได้มาเตรียมตัวก่อนระยะหนึ่งแบบนี้มันค่อนข้างตอบโจทย์เรามาก ต้องขอบคุณสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ประสานทุกอย่างไว้อย่างเรียบร้อย เรื่องการซ้อมก็เป็นไปตามโปรแกรมทุกวัน พอทุกอย่างพร้อมสำหรับนักกีฬา ก็ทำให้เค้าโฟกัสกับเรื่องในสนาม เด็กๆ ทุกคนคิดเหมือนกันคืออยากไปบอลโลก มันเป็นพลังที่ดีของทีมเราตอนนี้”

”เหลืออีก 2 วันเท่านั้น แป้งเชื่อว่าทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไรทั้งเรื่องในสนามและนอกสนาม สำหรับเกมนัดแรกกับจีน อยากให้ทุกคนพร้อมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะทุกเกมสำคัญทั้งหมด อยากให้ทุกคนได้ลงช่วยทีมอย่างเต็มที่ สำหรับแป้งจะไปอยู่เป็นแรงใจให้น้องๆ ข้างสนามแน่นอน ต้องฝากพี่น้องคนไทยเชียร์พวกเราด้วยนะคะ”

แทงบอลออนไลน์ฟรีกับเว็บพันธมิตร โดยท่านสามารถเลือกรับโบนัสต่างๆได้ที่เว็บไซต์ Thaipokerleak